D-Kout ดีเก๊าท์ หยุดอาการปวดทรมานของโรคเก๊าท์-ลดกรดยูริค-ปวด-บวม-แดง-ข้ออักเสบ-ไตเสื่อม




โรคเก๊าท์ (Gout)
โรคเก๊าท์ จัดเป็นโรคข้ออักเสบเฉียบพลัน ที่พบได้บ่อย
  • เกิดจากความผิดปกติในขบวนการ เมตาบอลิซึมของกรดยูริคในร่างกาย
  • เป็นผลให้กรดยูริคในเลือด มีค่าสูงกว่าปกติ เกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรต (Monosodium urate) สะสมในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะ ข้อ และไต

โรคเก๊าท์ Gout)
  • เป็นโรคปวดข้อชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อย พบได้ประมาณ 2-4 คนใน 1000 คน
  • เป็นโรคของผู้หญิงในวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป
                  > อายุ 40-60 ปีจะพบได้ประมาณ 2 %
                  > อายุ 60 ปีขึ้นไปจะพบได้ประมาณ 4 %
                  > อายุมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็มากขึ้น
  • พบได้ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 9-10 เท่า
                  > ผู้หญิงจะพบได้น้อย มักจะเป็นผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนไปแล้ว (มักเริ่มเป็นเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป) 
  • โดยทั่วไปมักเกิดกับข้อเพียงข้อเดียว แต่ในบางครั้ง อาจเกิดกับหลายข้อพร้อมๆกันก็ได้ ข้อที่พบได้บ่อยมากที่สุดคือ นิ้วหัวแม่เท้า

ระดับกรดยูริคค่าปกติควรอยู่ที่เท่าไหร่
โดยมาตรฐาน 
  •  ในเพศชาย ไม่ควรมีค่าสูงกว่า 7 มิลลิกรัม / เดซิลิตร
  •  ในเพศหญิง ไม่ควรมีค่าสูงกว่า 6 มิลลิกรัม / เดซิลิตร


💥 สาเหตุของโรคเก๊าท์
   1. ภาวะที่มีการสร้างกรดยูริคสูง
กรดยูริคในร่างกายจะได้มาจาก 2 แหล่ง คือ
                  >> จากขบวนการสลายสารพิวรีนในเนื้อเยื่อทั่วร่างกาย ซึ่งกรดยูริคในร่างกายส่วนใหญ่ จะเกิดจากกระบวนการนี้
                  >> จากอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง

   2. การขับกรดยูริคออกจากร่างกายลดลง
กรดยูริค ที่สร้างขึ้น จะมีการขับออกจากร่างกาย 2 ทางหลัก คือ
                  >> ขับออกทางระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะขับออกได้ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณกรดยูริกที่ร่างกายสร้างได้ในแต่ละวัน
                  >> ออกทางไต ส่วนที่เหลืออีก 2 ใน 3 มีการขับออกทางไต
จากการศึกษาในคนที่เป็นโรคเก๊าท์ จะพบว่า ส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 มีความผิดปกติในการขับกรดยูริคออกจากไต กล่าวคือ ที่ความเข้มข้นของระดับกรดยูริคในเลือดที่เท่ากัน คนที่เป็นโรคเก๊าท์ จะมีการขับกรดยูริคออกทางไต ได้น้อยกว่าคนปกติที่ไม่มีระดับกรดยูริคในเลือด สูงถึงร้อยละ 40 แสดงว่า ความผิดปกติหลัก ในคนที่เป็นโรคเก๊าท์ อยู่ที่ความผิดปกติในการขับกรดยูริคออกทางไต

💢 สาเหตุ / ปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์
  • ความผิดปกติทางพันธุกรรม จากการขาดเอนไซม์บางตัว หรือ เอนไซม์บางตัวทำงานมากเกินเพราะผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ มักพบว่ามีพ่อแม่ญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย
  • เกิดจากโรคบางชนิด ที่ส่งผลให้มีกรดยูริคในเลือดสูง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคเลือดธาลัสซีเมีย โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รวมไปถึงการใช้ยารักษามะเร็งหรือฉายรังสี
  • เกิดจากไตขับกรดยูริคได้น้อยลง เช่น เป็นโรคไต ภาวะไตวาย
  • เกิดจากโรคต่อมไร้ท่อบางชนิด เช่น ไฮโปไทรอยด์ (ภาวะพร่องไทรอยด์ ฮอร์โมน ภาวะขาดไทรอยด์) เพราะส่งผลให้มีกรดยูริคในเลือดสูง
  • การดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ โดยเฉพาะเบียร์เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ ลดการขับกรดยูริคออกจากไต หรือ ทางปัสสาวะ หลังการดื่มจึงทำให้ไตขับกรดยูริคได้น้อยลง กรดยูริคจึงคั่งอยู่ในเลือดสูงกว่าปกติ
  • ความอ้วน หรือ ภาวะน้ำหนักตัวเกิน โดยอาจสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ที่ส่งผลให้เกิดโรคอ้วน (Insulin resistance)

💢 สาเหตุ / ปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดโรคเก๊าท์  ซ้ำ
          🔃  การรับประทานอาหารที่ให้กรดยูริค (สารพิวรีน) สูงอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำ เพราะ เป็น
สาเหตุทำให้มีกรดยูริคในเลือดสูง
          🔃  จากการใช้ยาบางชนิดอาจกระตุ้นให้อาการกำเริบได้ เพราะยาบางชนิดมีผลทำให้ไปขับ
กรดยูริคออกทางปัสสาวะได้น้อยลง เช่น แอสไพริน (Aspirin)


          
                             
💢 อาการของโรคเก๊าท์
    ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้ออย่างรุนแรง ซึ่งจะเกิดขึ้นทันทีแบบฉับพลัน (มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ภายใน 1 วัน)
    ถ้าเป็นการปวดครั้งแรก มักจะเป็นเพียงข้อเดียวซึ่งข้อที่พบว่าปวดกันมาก คือ นิ้วหัวแม่เท้า
ส่วนข้อเท้า ข้อเข่า ก็อาจพบได้บ้าง
    ข้อที่ปวดจะมีอาการ
                  > บวมและเจ็บมากจนเดินไม่ไหว
                  > ผิวหนังในบริเวณนั้นจะ ตึง บวม แดง ร้อน ปวดมาก และเจ็บมาก เมื่อสัมผัสถูก
                  > เมื่ออาการเริ่มจะทุเลาลง ผิวหนังในบริเวณที่ปวดนั้นจะลอกและคัน
    ในการปวดข้อครั้งแรก ผู้ป่วยมักจะเป็นอยู่เพียงไม่กี่วัน แม้จะไม่ได้รับการรักษา ก็จะค่อยๆหาย
ไปได้เอง       
    ในบางครั้งอาจมีอาการ ไข้ หนาวสั่น ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
    มักจะเริ่มมีอาการปวดในตอนกลางคืน และ มักจะเป็นหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ หรือ หลังกินเลี้ยง
หรือ หลังกินอาหารมากผิดปกติ ในบางครั้ง อาจมีอาการ ขณะที่มีภาวะเครียดทางจิตใจ
    ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมโรคให้ดี
                  > ในระยะแรกๆ อาการอาจกำเริบทุก 1-2 ปี โดยจะเป็นที่ข้อเดิม
                  > ต่อมาจะเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทุก 4-6 เดือน แล้วเป็นทุก 2-3 เดือน จนกระทั่ง เป็นทุกเดือน หรือเดือนละหลายครั้ง
                  > ระยะการปวด จะนานวันมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น กลายเป็น 7-14 วัน จนกระทั่งปวดนานขึ้น เป็นหลายสัปดาห์ หรือปวดตลอดเวลา
                  > ข้อที่ปวด จะเริ่มจากข้อเดียว เป็น 2-3 ข้อ เช่น ข้อมือ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า นิ้วมือ นิ้วเท้า  จนกระทั่งเป็นเกือบทุกข้อ
     ในระยะหลังๆ เมื่อข้ออักเสบหลายข้อขึ้น มักจะสังเกตว่า มีปุ่มก้อน ขึ้นที่บริเวณที่เคยอักเสบบ่อยๆ
เช่น ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ ข้อศอก ข้อเข่า รวมทั้งที่หู เรียกว่าปุ่มโรคเก๊าท์ หรือ ตุ่มโทฟัส (Tophus หรือ Tophi) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของกรดยูริค ปุ่มก้อนนี้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งแตกออกเป็นสารขาวๆ
คล้ายกับชอล์ก หรือ ยาสีฟันไหลออกมา กลายเป็นแผลเรื้อรัง หายช้า และในที่สุด ข้อต่างๆ ก็จะค่อยๆพิการจนใช้งานไม่ได้





💢 ภาวะแทรกซ้อนของโรคเก๊าท์
>> เกิดปุ่มผลึกกรดยูริคในเนื้อเยื่อต่างๆ จนส่งผลเสียต่อบุคลิกและภาพลักษณ์
>> อาจทำให้เกิดภาวะข้อพิการ นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (พบได้ประมาณ 25%)
>> คนที่เป็นโรคเก๊าท์ มักจะมีโอกาสเป็น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง และภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง มากกว่าคนปกติ และถ้าไม่ได้ควบคุมโรคเหล่านี้ให้ดี ปล่อยให้เป็นแบบเรื้อรัง ในที่สุด ก็อาจจะกลายเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบและไตวายจนเสียชีวิตได้

💢 วิธีรักษาโรคเก๊าท์
👉 การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคเก๊าท์
                  >> เมื่อมีอาการปวด ควรนอนพักผ่อน
                  >> ควรดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 3 ลิตร เพื่อป้องกันนิ่วในไต
                  >> งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด
                  >> รับประทานอาหารประเภทข้าว แป้ง ให้มากพอ (วันละ 8-12 ทัพพี) เพื่อให้ร่างกาย
ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ ในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องเผาผลาญโปรตีน ที่มีอยู่ในกล้าม
เนื้อ เพื่อใช้เป็นพลังงาน
                  >> รับประทานผักและผลไม้ชนิดต่างๆให้มากขึ้น
                  >> หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริค / สารให้พิวรีนสูง
                  >> ผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือภาวะน้ำหนักตัวเกิน คนลดน้ำหนักลงทีละน้อยอย่างถูกวิธี (ควร
ใช้วิธีการควบคุมอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการอดอาหาร)
                  >> หลีกเลี่ยงการซื้อยาต่างๆกินเอง หรือ ใช้ยาที่อาจทำให้โรคกำเริบมากขึ้น เช่น แอสไพริน
                  >> งดการบีบนวดตรงตำแหน่งที่เจ็บ เพราะ ยิ่งนวดจะยิ่งปวด และหายช้า

👉 การใช้ยาในการรักษา
ได้แก่ ยาลดข้ออักเสบ และยาลดกรดยูริค จะต้องกินยานี้ เป็นประจำทุกวันไปตลอดชีวิต ยาอาจทำให้เกิดการแพ้รุนแรง หรือทำให้ตับเกิดอาการอักเสบได้



 อาหารที่มีพิวรีน  (purine) สูง 
ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เป็ด ไก่ เครื่องใน ปลาดุก ปลาอินทรีย์ ปลาไส้ตัน ปลาซาร์ดีน ไข่ปลา กุ้ง หอย
กะปิ เบียร์ ขนมปัง เห็ดกระถิน ชะอม ขี้เหล็ก ถั่วดำ ถั่วแระ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง

 อาหารที่มีพิวรีน (purine) ปานกลาง
ควรรับประทานให้น้อยลง ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลากระพงแดง ปลาหมึก ปู ถั่วลิสง สะตอ ถั่วลันเตา
ข้าวโอ๊ต หน่อไม้ กะหล่ำดอก ผักโขม

 อาหารที่มีพิวรีน (purine) ต่ำ
รับประทานได้โดยไม่จำกัด ได้แก่ ข้าวโพด ผลไม้ ขนมหวาน นม ไข่



โรคเก๊าท์ แม้จะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็ไม่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต 
(ถ้าไม่ปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนเกิดไตวาย)

 หากได้รับการรักษาอย่างจริงจัง ก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน 
และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข




 1,765 บาท


D-KOUT ดี-เก๊าท์
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับโรคเก๊าท์  “D-KOUT ดี-เก๊าท์” โรคเก๊าท์ ถือได้ว่าเป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชาย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่ข้ออย่างฉับพลัน รวมถึงยังมีอาการข้อแข็ง และบวม ซึ่งมักจะเป็นที่นิ้วหัวแม่เท้า ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการของโรคเก๊าท์ก็จะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อข้อต่อ เส้นเอ็นและเนื้อเยื่ออื่นๆ ได้  D-KOUT ดี-เก๊าท์ อาหารเสริมสกัดจากสารสกัดธรรมชาติ สรรพคุณเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์อย่างแท้จริง D-KOUT ดี-เก๊าท์ 

▶ เหมาะสำหรับ
• ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเก๊าท์
• ผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากโรคเก๊าท์ เช่น บุคคลที่ชอบทานสัตว์ปีก หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ




🌿🌿ส่วนประกอบสำคัญของ D-KOUT ดี-เก๊าท์
🔸สารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ (Goji Berry Extract) 160 มก.
🔸สารสกัดจากถั่งเช่า (Cordyceps Sinensis Extract) 100 มก.
🔸สารสกัดจากเห็ดหลินจือ (Reishi Extract) 60 มก.
🔸สารสกัดจากรากแดนดิไลออน (Dandelion Root Extract) 60 มก.
🔸สารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric Extract) 60 มก.
🔸สารสกัดจากกระชายดำ (Black Galingale Extract) 20 มก.
🔸กรดโฟลิค (Folic Acid) 0.20 มก. 



♥ คุณสมบัติของสารสกัดในผลิตภัณฑ์ D-KOUT ดี-เก๊าท์


🔴 สารสกัดจากโกจิเบอร์รี่ (Goji Berry Extract)

Gojo Berry หรือ Wolfberry Fruit หรือ เก๋ากี้ เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ ฟอลิฟินอล
แคโรทีนและไพราโซล
🔸 ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยเสริมระบบคุ้มกันและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกาย
🔸 ช่วยลดการปวด อักเสบ และบวมในผู้ป่วยโรคเก๊าท์
🔸 เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อกระดูก
🔸 ขจัดพิษออกจากร่างกายโดยเฉพาะในไตและตับ



🔴 สารสกัดจากถั่งเช่า (Cordyceps Sinensis Extract)   

ถั่งเช่าหรือหญ้าหนอน ราชาแห่งสมุนไพรจีน สมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการดูแลสุขภาพ มีสรรพคุณทางยาแผนโบราณ ใช้กันอย่างแพร่หลายในตำราแพทย์ของจีน มาช้านาน เหมาะกับกลุ่มคนวัยทำงานทั้งเพศหญิงและชาย

▶ คุณสมบัติเด่น
🔸 ช่วยบำรุงร่างกาย
🔸 แก้อาการอ่อนเพลีย
🔸 ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ
🔸 เสริมสร้างภูมิต้านทาน 
🔸 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และ ระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับปกติ 
🔸 ฟื้นฟูและบำรุงระบบการทำงานของไต
🔸 กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและปกป้องร่างกายจากมะเร็ง
🔸 ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรค
🔸 ช่วยทำให้เซลล์ ตับ ม้าม และช่องท้องมีสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น
🔸 ช่วยเพิ่มฮอร์โมนของผู้ชาย เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ
🔸 ช่วยทำให้ผิวหนังชั้นนอก และไต ทำงานได้ แข็งแรงยิ่งขึ้น
🔸 ช่วยขยายเส้นเลือด และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และลดความดันโลหิตสูง
🔸 ช่วยทำให้เซลล์เจริญเติบโต
🔸 ชะลอความแก่วัย



🔴 สารสกัดจากเห็ดหลินจือ (Reishi Extract)

เห็ดหลินจือ เป็นหนึ่งใน สมุนไพรจีน ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก
🔸 ช่วยฟื้นฟูการทำงานของไต ลดการอักเสบของไต
🔸 เสริมสร้างสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
🔸เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบหมุนเวียนโลหิต ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดเมื่อย ปวดข้อ จากโรคเก๊าท์ และ โรครูมาตอยด์
🔸 มีสารสำคัญหลายชนิดที่มีคุณสมบัติ เป็นสาร Anti-oxidant ที่ช่วยชะลอความแก่ ลดการเสื่อมสลายของเซลล์



🔴 สารสกัดจากรากแดนดิไลออน (Dandelion Root Extract)

อุดมไปด้วยสารทาแร็กซาซิน (Taraxacin)
🔸 มีคุณสมบัติในการล้างสารพิษ (Detoxification)
🔸 ช่วยให้ตับและไต สามารถขับสารพิษออกนอกร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
🔸 ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยกรองสารพิษออกจากเลือด
🔸 กระตุ้นการสร้างน้ำดีที่ตับ และเพิ่มการไหลน้ำดีไปยังถุงน้ำดีป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี
🔸 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย
🔸 ช่วยควบคุมระดับไขมันในร่างกายและระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ
🔸 ช่วยขับกรดยูริกออกจากร่างกาย มาพร้อมกับปัสสาวะ ทำให้ระบบปัสสาวะเป็นปกติ
🔸 รักษาระดับกรดยูริค รักษาโรคเก๊าท์ ลดอาการอักเสบบวม ยังช่วยลดอาการบวมน้ำ ช่วยการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น



🔴 สารสกัดจากขมิ้นชัน (Turmeric Extract)

🔸  มีสารเคอร์คูมิน (curcumin) ชะลอการสร้างพรอส-ตาแกลนดิน (prostaglandin) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการปวด เป็นกลไกคล้ายกันกับ กลไกระงับปวดของแอสไพรินและไอบูโพรเฟน
🔸 ที่ปริมาณสูงๆ เคอร์คูมิน กระตุ้น ต่อมหมวกไต ให้หลั่งสารคอร์ติโซน เพื่อระงับการอักเสบ และ ความปวดจากการอักเสบ จึงช่วยลดอาการปวดข้อ ซึ่งเป็นอาการของคนเป็นโรคเก๊าท์



🔴 สารสกัดจากกระชายดำ (Black Galingale Extract)  

กระชายดำ มีสารสกัดสำคัญหลายชนิด
🔸 มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ เทียบได้กับยามาตรฐานหลายชนิด คือ แอสไพริน, อินโดเมธาซิน, ไฮโครคอร์ติโซน และเพรดนิโซโลน โดยออกฤทธิ์ต้านการอักเสบแบบเฉียบพลันได้ดีกว่าแบบเรื้อรัง
🔸 ช่วยขับปัสสาวะ
🔸 รักษาสมดุลของกรดยูริกในร่างกาย ช่วยรักษาโรคเก๊าท์
🔸 เป็น ยาอายุวัฒนะ ชะลอความแก่ ลดการเสื่อมสลายของเซลล์
🔸 ช่วยรักษาโรคปวดข้อ, โรครูมาตอยด์ ได้อย่างยอดเยี่ยม
🔸 ช่วยสร้างความสมดุลของความดันโลหิตให้ไหลเวียนดีขึ้น
🔸 ขยายหลอดเลือด
🔸 ขจัดไขมันในหลอดเลือด



🔴 กรดโฟลิค (Folic Acid)

🔸 Folic Acid หรือวิตามินบี 9 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เป็นวิตามินบีสำคัญที่ช่วยในการย่อยสลาย macronutrients ที่มีความสำคัญสำหรับการทำงานและประสิทธิภาพของอวัยวะในร่างกาย จึงช่วยให้อวัยวะต่างๆ เช่น ไต สามารถกรองกรดยูริค
ออกจากเลือด และขับออกทางปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
🔸 กรดโฟลิค สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Xanthine oxidase ที่สร้างกรดยูริค ฤทธิ์คล้ายยาอัลโลพูรินอล (Allopurinol) ที่ใช้รักษาอาการโรคเก๊าท์ เมื่อกรดยูริคลดลง ทำให้รักษาโรคเก๊าท์ได้
🔸 กรดโฟลิค มีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคภาวะโลหิตจาง



▶ สรรพคุณของ "ดีเก๊าท์"
🔸 ลดปริมาณกรดยูริค ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์
🔸 ลดอาการปวดตามข้อในผู้ป่วยโรคเก๊าท์
🔸 บำรุงไตให้แข็งแรง ลดภาวะไตเสื่อม ปรับสมดุลกรดยูริคในร่างกาย
🔸 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือด
🔸 ช่วยปรับระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
🔸 บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต
🔸 เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย


▶ สรรพคุณของดีเก๊าท์ แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่







ราคา   1,765  บาท

วิธีรับประทาน : วันละ 1 เม็ด ก่อนนอน
ปริมาณสุทธิ : 15 กรัม (0.5 กรัม x 30 เม็ด)
ขนาดบรรจุ : 1 กล่อง มี 3 แผงๆ ละ 10 เม็ด รวม 30 เม็ด

☑ เลขที่ อย. 10-1-15456-5-0018
☑ รับรองฮาลาล
☑ HACCP
☑ GMP

☑ ของแท้จากบริษัท 100%
☑ จำหน่ายโดยตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท


▶ คำเตือน :
1. ผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคใดๆให้หายขาด ผลลัพธ์ที่ได้อาจเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละบุคคล

2. ควรกินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

3. ควรเก็บไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่วางในที่อับชื้น เก็บให้พ้นแสงแดดและความร้อน

4. กรุณาอ่านคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์ หรือเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์นั้นๆก่อนใช้






 











▶ สรรพคุณของ "ดีเก๊าท์"
🔸 ลดปริมาณกรดยูริค ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเก๊าท์
🔸 ลดอาการปวดตามข้อในผู้ป่วยโรคเก๊าท์
🔸 บำรุงไตให้แข็งแรง ลดภาวะไตเสื่อม ปรับสมดุลกรดยูริคในร่างกาย
🔸 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือด
🔸 ช่วยปรับระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
🔸 บำรุงระบบไหลเวียนโลหิต

🔸 เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย



















ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

D-Contact ดี-คอนแทค #วิตามินดวงตา #ต้อกระจก #ต้อลม #ต้อเนื้อ #ต้อหิน #วุ้นตาเสื่อม #จอประสาทตาลอก #จอประสาทตาเสื่อม #เบาหวานขึ้นตา #ไม่ต้องผ่าตัด #โรคตา ฯ